ค่า BMI คืออะไร เพราะอะไรคนลดน้ำหนักจำเป็นที่จะต้องรู้

thumbnail

หลายคนคงเคยมีปัญหาเกี่ยวกับการลดน้ำหนักด้วยวิธีการต่างๆไม่ว่าจะเป็นการปรับการทานอาหาร ปรับการออกกำลังกาย หรืออื่นๆ แต่ต่อให้ทำมานานเท่าไหร่จะบ่อยแค่ไหน น้ำหนักก็ยังคงอยู่ที่เดิมหรือบวบลบก็ไม่คุ้มกับเวลาและการออกแรงที่สูญเสียไปแล้วรู้หรือไม่ว่าเพราะอะไร?ดังนั้น เนื้อหานี้ผมจะมาแนะนำกับค่าค่านึง ที่เรียกว่า BMI บีเอ็มไอ สำหรับคนที่กำลังเริ่มต้นจะลดน้ำหนักและต้องการลดน้ำหนักได้แบบพรวดพราด ต้องมาทำความรู้จักกับค่าค่านี้กัน

BMI คืออะไร

BMI หรือในชื่อที่เรียกว่า ดัชนีมวลกาย (BMI: Body Mass index) ซึ่งภาษาที่เข้าใจง่ายๆในหมู่คนลดน้ำหนักส่วนเกินของร่างกายก็คือ ค่าที่ใช้สำหรับวัดและประเมินร่างกายของตัวเราเองว่า อยู่ในเกณฑ์ อ้วนมาก อ้วน ผอม ผอมมาก ปกติ หรือหุ่นของเราอยู่ในเกณฑ์อะไรนั่นเอง

แล้วค่าตัวเลข BMI นี้หาได้จากไหน? วิธีและสูตรคำนวณ BMI ง่ายๆหากไม่มีเครื่องวัด ดัชนีมวลกาย (BMI) ให้ใช้น้ำหนักตัว (หน่วยเป็นกิโลกรัม) หารด้วย ส่วนสูง(ยกกำลัง2) (หน่วยเป็นเมตร) ยกตัวอย่าง น้ำหนัก 68 กิโลกรัม ส่วนสูง 165 เซนติเมตร (ต้องแปลงหน่วยเซนติเมตรเป็นหน่วยเมตรก่อน วิธีแปลงให้เป็นหน่วยเมตร เอา 168 เซนติเมตร หารด้วย 100 จะ = 1.65 เมตร)

วิธีคิดสูตรคำนวณ 68 หาร 1.65 (“ยกกำลัง 2” หรือ นำ 1.65 คูณ กัน 2 ครั้ง ตัวอย่าง 1.65×1.62 = ‭2.7225 เมตร‬) ก็จะเอา 68 หารด้วย 2.7225 จะได้ค่า เลขดัชนีมวลกาย BMI = 24.97 นั่นเอง จากนั้นก็เอาตัวเลขที่หารได้ค่านี้ไปเปรียบเทียบกับตารางดัชนีมวลกาย ว่าน้ำหนักของตัวเราปัจจุบันนี้จัดอยู่ในเกณฑ์อะไร

โปรแกรมคำนวณหาค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

BMI ดัชนีมวลกายของคุณคือ นำค่านี้ไปตรวจเช็คที่ Body Mass Index (BMI) ดัชนีมวลกาย ที่ด้านล่าง

คำนวณค่า Body Mass Index (BMI) ดัชนีมวลกาย

  • 40.0 หรือมากกว่า โรคอ้วนระดับ 3 เสียงมากและอันตรายมากเพราะคุณเป็นโรคอ้วนขั้นสูงสุดและโรคอื่นๆที่เกี่ยวกับความอ้วน เช่น เบาหวาน ความดัน ระบบการไหลเวียนของเลือด ระบบหายใจและอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์ทันทีหากมีอาการหรือโรคร้ายเหล่านี้
  • 35.0 – 39.9 โรคอ้วนระดับ 2 เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆที่มากับความอ้วนของคุณ หากมีเส้นแตกๆรอบเอว ก้น หรือ ส่วนอื่นๆบนร่างกาย มากกว่าเกณฑ์ปกติอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆสูง แนะนำให้หมั่นออกกำลังกาย ปรับเปลี่ยนการทานอาหารให้ถูกต้อง ลดไขมัน โซเดียม น้ำตาล ของทอด และ อาหารที่เสี่ยงต่อการสร้างไขมันสะสม
  • 30.0 – 34.9 โรคอ้วนระดับ 1 คุณกำลังจะเข้าสู่วงจรความอ้วนอย่างจริงจังและคุณเองก็มีโอกาศเกิดโรคความดัน เบาหวาน และอื่นๆ จำเป็นต้องควบคุมอาหารตั้งแต่ตอนนี้ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • 25.0 – 29.9 น้ำหนักเกิน หากคุณมีกรรมพันธ์จากสายเลือดเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดสูงต้องพยายามลดน้ำหนักให้ดัชนีมวลกายต่ำกว่า 23 ด้วยการออกกำลังกายเช่นการเดินเป็นระยะทางไกลๆ 3-5 กิโล หรือ 45 นาที – 1 ชั่วโมง เป็นอย่างต่ำ และ ลดอาหารจำพวกของทอด ของหวานมากเกินและ โซเดียมสูงจำพวกของมีรสชาติเค็มจัด
  • 18.5 – 24.9 น้ำหนักปกติ นำหนักคงที่พอดีไม่มากไปไม่น้อยเกินไป มักจะไม่ค่อยมีโรคร้าย แต่เราก็แนะนำให้ฟิตร่างกายให้แข็งแรงอยู่สม่ำเสมอด้วยการออกกำลังกายและทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ
  • น้อยกว่า 18.5 น้ำหนักน้อยเกินไป อาจจะเกิดจากการที่คุณออกกำลังกายมากเกินไปและได้รับสารอาหารไม่เพียงพอหรือน้อยเกินไป และอาจเสี่ยงเป็นภาวะผอม ดังนั้นควรเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วยการทานอาหารที่มีโปรตีนและรับสารอาหารจำพวกวิตามินให้เพียงพอ เพิ่มการออกกำลังกายรูปแบบต่างๆที่เน้นสร้างกล้ามเนื้อ
    Body Mass Index (BMI) คนเอเชีย
    Body Mass Index (BMI) คนเอเชีย

ดัชนีมวลกายบ่งชี้อื่นๆ BMI คืออะไร

นอกจากนี้ดัชนีมวลกายไม่ได้มีแค่ค่าตัวเลขไว้บอกว่าเราอยู่ในเกณฑ์น้ำหนักสัดส่วนประเภทไหนอย่างเดียว แต่จะบอกถึงค่ามวลร่างกายที่เป็นดัชนีตัวบ่งชี้อื่นๆให้เรารู้ แถมค่าพวกนี้เรายังสามารถนำไปใช้เป็นค่าประมาณและเปรียบเทียบเพื่อสร้างวิธีลดความอ้วนในแบบฉบับต่างๆของเราได้ด้วย

  1. อัตราเผาผลาญพื้นฐาน (กิโลแคลอรี่ที่รับได้ต่อวัน) หน่วยวัดเป็น kcal “กิโลแคลอรี่”
  2. ค่าน้ำหนักที่สมส่วนของเรา (น้ำหนักที่เหมาะสม) หน่วยวัดเป็นกิโลกรรม
  3. ค่าไขมันในร่างกาย หน่วยวัดเป็น %
  4. ค่าไขมันในอวัยวะภายใน หน่วยวัดเป็นระดับ
  5. ค่ากล้ามเนื้อ หน่วยวัดเป็นกิโลกรรม
  6. ค่าน้ำในร่างกาย หน่วยเป็นวัด %
  7. ค่าโปรตีนในร่างกาย หน่วยวัดเป็น %
  8. ค่ามวลกระดูก หน่วยวัดเป็นกิโลกรัม
  9. การประมาณ สมดุลร่างกาย
  10. การประมาณ อายุร่างกาย

(แต่ทั้งนี้ค่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับดัชนีมวลกายต่างๆจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องวัด BMI โดยเฉพาะเพื่อได้ค่าที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น)

อ้วนจนรบกวนการทำงาน = อ้วน
อ้วนจนรบกวนการทำงาน = พิการ

ใช้ค่า BMI วัดไปเพื่ออะไร?

คำถามสรุปแบบให้เข้าใจง่ายๆถ้าเรารู้ว่ามวลร่ายกายเราขาดอะไร หรือ มีส่วนไหนมากเกินไป เราก็สามารถที่จะเลือกปรับเปลี่ยนและแก้ไขได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น เช่น การกินอาหาร การพักผ่อน การออกกำลังกาย พละกำลัง แม้กระทั้งการประมาณขีดจำกัดของตัวเองในการทำกิจกรรมเกี่ยวกับการลดน้ำหนักได้ ยกตัวอย่างอยากลดน้ำหนักด้วยกีฬาชนิดยกน้ำหนักแต่ไม่รู้เลยว่ากล้ามเนื้อและค่ากระดูกของตัวเองเหมาะกับกีฬาชนิดนี้ทันทีหรือไม่ หรือ บางคนออกกำลังกายมาตั้งนาน 3-6 เดือนแต่ไม่เห็นน้ำหนักลดลงเยอะอย่างที่คิดเลย คุณอาจไม่รู้ว่าสิ่งที่หายไปจากการออกกำลังกายคือไขมันส่วนเกินในร่างกาย แต่ที่น้ำหนักไม่ไปไหนเลยเพราะกล้ามเนื้อเข้ามาทดแทนไขมัน หรือแม้กระทั่งออกกำลังกาย กับ กินอาหารคลีน แต่ไม่รู้เป้าหมายว่าน้ำหนักสมส่วนของตัวเองนั้นเหมาะสมที่เท่าไหร่

ยกตัวอย่างอีกข้อสุดท้าย การกิน คุณอาจไม่รู้เลยว่า 1 วัน ร่างกายของคุณต้องการแคลอรี่เพื่อเผาผลาญเป็นพลังงานมากน้อยแค่ไหนในแต่ละวัน แล้วคุณจะรู้ได้ยังไงว่าวันนี้จะสามารถทานอาหารมากเกินหรือน้อยเกินกว่าที่ร่างกายรับได้ต่อวัน หรือแม้กระทั่งการที่ออกกำลังกายคุณจะไม่รู้เลยว่าตอนนี้ไขมันหรือกล้ามเนื้อกันแน่ ที่มาทดแทนน้ำหนักในตัวคุณ ดังนั้นเมื่อคุณรู้จักกับค่า ดัชนีมวลกาย BMI แล้วจะทำให้การออกกำลังกาย การทานมื้ออาหาร หรือการจัดตารางลดน้ำหนักอื่นๆของคุณได้ง่ายยิ่งขึ้นมากๆเพราะคุณจะรู้ในตัวของคุณเองว่าตอนนี้คุณขาดเหลืออะไรอยู่ ดังนั้นเรื่องของ BMI ไม่ใช่เรื่องที่จะเข้าใจยาก หรือคำนวณหาค่าอะไรยาก เพราะค่าพวกนี้จำเป็นจริงๆเพื่อใช้ในการประเมิณร่างกายของตัวเอง

เราสามารถวัดค่า BMI แบบไหน ที่ใดได้บ้าง

สำหรับดัชนีมวลกายบีเอ็มไอเราสามารถใช้วิธีการคำนวณเองเพื่อหาค่าคร่าวๆสำหรับใช้วัดเกณฑ์ความอ้วนในระบบต่างๆได้ตามวิธีและสูตรการคำนวณบีเอ็มไอทีด้านบน แต่ถ้าหากเราต้องค่าที่แม่นยำมากกว่านี้ สามารถเลือกช่องทางต่อไปนี้ได้เช่นกันครับ

  1. เราสามารถไปขอตรวจวัดค่า BMI และมวลกายรวมถึงตัวบ่งชี้อื่นๆได้ตามโรงพยาบาลทั่วประเทศไทย จะโรงพยาบาลเอกชน หรือ รัฐบาลก็จะมีบริการตรวจวัดค่าพวกนี้อยู่แล้วหรือใครที่ตรวจสุขภาพประจำปีบ่อยๆคงจะนึกภาพออก
  2. ขอตรวจค่า BMI ได้ที่ร้านขายยาใหญ่ๆหรือคลีนิคแพทย์ที่รับตรวจสุขภาพทั่วไป ตามแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ
  3. ซื้อเครื่องสำหรับวัดค่า BMI โดยเฉพาะ หรือ เครื่องชั่งน้ำหนักที่มีฟังชั่นวัดดัชนีมวลกายได้ ยกตัวอย่าง Mi Body Composition Scale ราคาไม่แพงมากสามารถวัดมวลบ่งชี้ต่างๆของร่างกายได้ด้วยรวมถึง เก็บสถิติการออกกำลังกาย สถิติน้ำหนัก และดูกราฟสุขภาพต่างๆผ่าน Application บน มือถือ
เพราะอยากเห็นทุกคนหุ่นดีปลอดภัยจากโรคอ้วน จากบทความของคนที่เคยอ้วนมาก่อนผมเข้าใจดีว่ามันเป็นอย่างไรจึงอยากแชร์ประสบการณ์ความยากลำบากกรองออกมาให้ง่ายที่สุดเพื่อให้ทุกคนที่อยากลดความอ้วนทำได้ง่ายยิ่งขึ้น และให้ทุกคนที่พยายามจะลดความอ้วนที่กำลังท้อแท้อยู่อยากบอกว่า ความอ้วนลดไม่ยาก อย่างที่เรากินเข้าไปเลย หากใครที่ลดน้ำหนักไม่ได้ผล หุ่นยังไม่ได้กลับมาปกติ ลองมาใช้วิธีที่ผมแนะนำดู ปลอดภัย ไร้สารเคมี แถมฟรี ไม่ต้องจ่ายซักบาท
เลื่อนขึ้น